Month: August 2017

ผลการแข่งขัน มาเลเซีย 0 – 1 ไทย : ช้างศึกทำได้คว้าทองซีเกมส์สมัยที่ 16

แทงบอล

แทงบอล

 

เว็บ แทงบอล แทงมวย กีฬาออนไลน์. ครบทุกลีคกีฬาดัง จากทั่วโลก ราคาดี สเต็ป 2 คู่ / ภาษาไทยอ่าน เข้าใจง่าย. คาสิโน เกมส์ออนไลน์. เพลิดเพลินกับเกมส์สนุกๆที่คนไทยคุ้นเคย

โค้ชโย่ง หรือ วรวุธ ศรีมะฆะ เฮดโค้ชใหญ่พาลูกทีมคว้าเหรียญทองให้ทีมฟุตบอล ชาย เป็นสมัยที่ 16 และสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

 

เมื่อวันอังคารที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา การแข่งขันฟุตบอลกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 29 รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติมาเลเซีย ที่สนาม ชาห์อลัม สเตเดียม ประเทศมาเลเซีย  เวลา 19.45 น. ตามเวลาประเทศไทย

ความพร้อมของทีมก่อนแข่ง

 

ทีมชาติไทย เอาชนะ เมียนมา ในรอบรองชนะเลิศ 1-0 เกมนี้ วรวุธ ศรีมะฆะ เฮดโค้ชใหญ่มาในระบบ 4-2-3-1 เกมนี้ได้ ผู้รักษาประตูเป็น นนท์ ม่วงงาม แผงหลัง 4 ราย สุริยา สิงห์มุ้ย เป็นแบ็กซ้าย รัตนากร ใหม่คามิ เป็นแบ็กขวา คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ วรวุฒิ นามเวช คู่กับ ศฤงคาร พรมสุภะ ส่วนคู่กองกลาง นพพล พลคำ ร่วมกับ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล ขณะ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ คอยสร้างสรรค์เกมให้ พิชา อุทรา แนวรุกฝั่งขวา ศศลักษณ์ ไหประโคน แนวรุกฝั่งซ้าย หน้าเป้า เจนรบ สำเภาดี

 

เสือเหลือง มาเลเซีย ของ คิม อ่อง สวี นัดรองชนะเลิศเอาชนะ อินโดนีเซีย 1-0 เกมนี้ไม่มีผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบนท่ามกลางแฟนบอลเจ้าถิ่นที่เข้ามาเชียร์เต็มสนาม ชาห์อลัม เกือบ 1 แสนคน นำโดย ซาฟิก อะหมัด , ญัฟรี มุฮัมมัด และ ธานาบาลัน นาดาราจาห์ ดาวซัลโวประจำทีม

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ทีมชาติไทย : นนท์ ม่วงงาม (GK):สุริยา สิงห์มุ้ย, ศฤงคาร พรหมสุภะ , วรวุฒิ นามเวช, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ(ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา น.64),รัตนากร ใหม่คามิ , ศศลักษณ์ ไหประโคน ,นพพล พลคำ(ชินภัทร ลีเอาะ น.74) , เจนรบ สำเภาดี , พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล, พิชา อุทรา (ชัยวัฒน์ บุราญ น.84)

 

ทีมชาติมาเลเซีย : มุฮัมมัด นาดซลิ (GK) , แมตต์ เดวิส , อะดิ๊บ ไซนุดดีน , มุฮัมมัด  ซาฟารี , มุฮัมมัด นอร์ อัซลิน, อดัม อัซลิน ,  ญัฟรี มุฮัมมัด , ธานาบาลัน นาดาราจาห์ , มุฮัมมัด กุสตี อับบา , ไซยัซวาน มุฮัมมัด ,อิรฟาน ซะกะรียาห์

ก่อนเริ่มเกมการแข่งขันได้มีการยืนไว้อาลัยแด่ 3 บุคลากร ของ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์

น. 7 ไทย ได้ลุ้นประตูขึ้นนำแรกของเกมเมื่อ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ เปิดลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายบอลโด่งข้ามหัวผู้เล่นไทยหลุดออกหลังไป

น. 16 ไทย ได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ แหวกผู้เล่นมาเลเซียหน้ากรอบเขตโทษก่อนจ่ายให้ เจนรบ สำเภาดี หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายหลุดออกเสาสองไป

น. 24 มาเลเซีย ได้ลุ้นประตูขึ้นนำจากลูกเตะมุมของ อดัม อัซลิน เป็น แมตต์ เดวิส ได้โหม่งแต่หลุดออกเสาสองไป

น. 27 ไทย พลาดได้ประตูขึ้นนำ เมื่อ ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้เปิดลูกเตะมุมทางกราบขวาบอลลอยโด่งเข้าหัว พิชา อุทรา ย้อยจะเสียบมุมอยู่แล้วแต่ มุฮัมมัด นาดซลิ โชว์ซุปเปอร์เซฟบินปัดออกได้

น. 31 มาเลเซีย ได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อ แมตต์ เดวิส หลุดขึ้นมาทางกราบขวาก่อนครอสบอลยาวเป็น ญัฟรี มุฮัมมัด ได้โหม่งแต่ไม่แรงพอเขามือ นนท์ ม่วงงาม

น.39 ในที่สุด ไทย มาได้ประตูขึ้นนำสำเร็จ เมื่อ ศศลักษณ์ ไหประโคน เปิดลูกเตะมุมทางกราบขวา บอลลอยโด่งทว่า มุฮัมมัด นาดซลิ นายทวารออกมาชกบอลปลิ้นเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเองไป ไทย นำ 1-0  โดยเวลาที่เหลือในครึ่งเวลาแรกไม่มีสกอร์เพิ่มเติม มาเลเซีย ตามหลังทีมชาติไทย 0-1 ก่อนเริ่มการแข่งขันในครึ่งเวลาหลัง ผู้รักษาประตู มุฮัมมัด นาดซลิ ของทาง เสือเหลือง ได้เปลี่ยนถุงมือตัวใหม่ลงสนาม

น. 52 ไทยพลาดโอกาสทอง เมื่อ วรวุฒิ นามเวช ได้ลูกสวนกลับก่อนครอสไปให้ เจนรบ สำเภาดี เลี้ยงหนีผู้เล่นมาเลเซีย หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจ่ายให้ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ยิงแฉลบเข้าทาง สุริยา สิงห์มุ้ย ได้แปแต่หลุดเข้าข้างตาข่ายไป

น. 61 ไทย ได้ลุ้นประตูทิ้งห่างเป็น 2-0 เมื่อ เจนรบ สำเภาดี หลุดมาทางกราบซ้าบก่อนจ่ายให้ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ได้ยิงติดบล็อคผู้เล่นมาเลเซีย

น. 64 ทีมชาติไทย ทำการเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรกของเกมเมื่อ ส่ง ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา ลงสนามแทน วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ

น. 65 มาเลเซีย ได้ลุ้นประตูจากลูกยิงไกลของ มุฮัมมัด  ซาฟารี บอลพุ่งตรงกรอบ นนท์ ม่วงงาม รับซองแต่ยังตามคว้าไว้ได้

น. 72 มาเลเซีย ได้บุกทำประตูตีเสมออีกครั้งเมื่อ ญัฟรี มุฮัมมัด หลุดมาทางกราบซ้ายก่อนเลี้ยงเข้ากรอบเขตโทษก่อนซัดด้วยขวาบอลไม่แรงพอ นนท์ ม่วงงาม รับได้ได้ ก่อนที่จะเปลี่ยน ชินภัทร ลีเอาะ ลงสนามแทน นพพล พลคำ ที่มีใบเหลืองติดตัว

น.77 มาเลเซีย โหมบุกและเกือบได้ประตูที่เสมอเมื่อ ญัฟรี มุฮัมมัด โหม่งผิดเหลี่ยมแต่เข้าทาง ไซยัซวาน มุฮัมมัด ปั่นด้วยขวาหลุดออกเสาสองไปนิดเดียว

โดยเวลาที่เหลือไทยส่งตัวผู้เล่นคนสุดท้ายอย่าง ชัยวัฒน์ บุราญ ลงสนามแทน พิชา อุทรา แต่ไม่มีสกอร์เพิ่มจบเกมทีมชาติไทย เอาชนะ ทีมชาติมาเลเซีย 1-0  คว้าเหรียญทองศึกฟุตบอลซีเกมส์ได้สำเร็จ ส่วน มาเลเซีย เจ้าภาพ ได้เหรียญเงินไปแทน และ อินโดนีเซีย คว้าเหรียญทองแดง

 

Credit by แทงบอล

ผลการแข่งขัน แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 เลสเตอร์ ซิตี้ ทีเด็ดตัวสำรอง

แทงบอล

แทงบอล

 

เว็บพนันออนไลน์ มวย หวย ป๊อกเด้ง ไฮโล ไก่ชน เล่นง่าย ภาษาไทย เล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง โปรโมชั่นดีๆทุกสัปดาห์ บริการว่องไว ฝากเงินภายใน 30 วินาที.

 

การแข่งขัน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2017-18
ระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด vs เลสเตอร์ ซิตี้
วันที่ 26/08/17  เวลา  23:30 น.

 

สองตัวสำรองของปีศาจแดง ลงมาทำคนละประตูในครึ่งหลังพาทีมเก็บชัยเหนือจิ้งจอกสยาม คว้าเก้าแต้มเต็มจากการชนะรวดสามนัดแบบใสๆ

 

ความพร้อมของทีมก่อนแข่ง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่มีรายงานของตัวเจ็บหรือติดโทษแบนเข้ามาเพิ่มเติม นอกเสียจาก มาร์กอส โรโฮ กับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่เดี้ยงยาวอยู่ทั้งคู่ คาดว่า มูรินโญ่ จะเซ็ต 11 แข้งจากแมตช์ล่าสุดที่ถล่ม สวอนซี ซิตี้ 4-0 ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงต่อเนื่อง โดยมี โรเมลู ลูกากู เป็นหัวหอกตัวเป้าและวาง ฆวน มาต้า, เฮนริคห์ มคิตาร์ยาน กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นสามประสานเกมรุกแดนกลางคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง ส่วนตำแหน่งมิดฟิลด์คู่กลางจะเป็นงานของ เนมันย่า มาติช กับ ปอล ป็อกบา รับหน้าที่คุมเกมเหมือนเช่นเคย

 

ส่วนทางฝั่ง เลสเตอร์ ซิตี้ ของกุนซือ เคร็ก เชคสเปียร์ ยังคงไม่มีชื่อของ บิเซนเต้ อิบอร์ร่า กับ โรเบิร์ต ฮูธ สองแข้งซึ่งเดี้ยงอยู่เดิม ขณะที่ในรายของ นัมปาลิส เม็นดี้ กับ แดนนี่ ดริ๊งค์วอลเตอร์ กับมาลงซ้อมกับเพื่อนได้แล้ว แต่ไม่น่าจะได้รับโอกาสลงเล่นในเกมนี้ คาดว่า เชคสเปียร์ เตรียมส่งผู้เล่นตัวหลักคืนสนามลงบู๊เป็นตัวจริงเหมือนเช่นเคย และไม่เปลี่ยนแปลงจากแมตช์ลีกที่เอาชนะ ไบรจ์ตันฯ 2-0 โดยมี เจมี่ วาร์ดี้ หัวหอกตัวเป้าเขย่าสกอร์และ ชินจิ โอกาซากิ หน้าต้ำช่วยขย้ำแนวรับอีกแรง ส่วนคู่มิดฟิลด์ตัวกลางจะเป็นงานของ วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้ กับ แม็ตธิว เจมส์ ผนึกกำลังกันปั้นเกมอยู่ด้านหลัง และปล่อยให้ มาร์ก อัลไบรจ์ตัน กับ ริย๊าด มาห์เรซ คอยขึ้นเกมริมเส้นซ้าย-ขวาตามสูตร

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

 

เหตุการณ์ต่างๆในเกม

เกมในช่วง 45 นาทีแรก เป็นฝั่งของยูไนเต็ดครองบอลบุกเข้าใส่ได้เหนือกว่าทุกรูปแบบ แต่กลับยังไม่เฉียบคมพอที่จะทำประตูใส่เลสเตอร์ได้เลย ส่งผลให้จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่แบบไร้สกอร์ที่ 0-0

ครึ่งหลังก็ยังเป็นปีศาจแดงที่พยายามเร่งเครื่องบุกหนัก ก่อนจะมาได้จุดโทษในนาทีที่ 53 จากจังหวะที่ มาร์กซิยาล เปิดบอลไปโดนแขนของ แดนนี ซิมพ์ซัน ทว่าผู้รับหน้าที่สังหารอย่าง โรเมลู ลูกากู กลับยิงไปโดน แคสเปอร์ ชไมเคิล ที่พุ่งไปทางขวามือตัวเองปัดทิ้งออกหลังไปได้

จากนั้นเจ้าบ้านต้องแก้เกมด้วยการส่ง แรชฟอร์ด ลงมาเป็นตัวสำรองแทน ฆวน มาต้า ที่โชว์ฟอร์มเก่งไม่ออก ในนาทีที่ 67 และแล้วเพียงแค่ 3 นาทีต่อมา หอกดาวรุ่งชาวอังกฤษก็แผลงฤทธิ์กลายเป็นตัวทีเด็ดทันที เมื่อจัดการตวัดยิงลูกเปิดจากเตะมุมฝั่งขวาของ เฮนริค มคิทาร์ยาน ตุงตาข่าย แม้ว่าจะโดน ชไมเคิล พุ่งปัดได้แต่ก็หยุดไม่อยู่ ส่งให้ปีศาจแดงออกนำ 1-0

ช่วงท้ายนาทีที่ 82 แชมป์ยูโรป้าลีกมาบวกลูกสองปิดกล่อง จากการประสานงานกันของอีกสองตัวสำรองอย่าง เจสซี ลินการ์ด ซึ่งกึ่งยิงกึ่งผ่านด้วยขวาไปให้ มารูยาน เฟลไลนี ใช้หัวเข่ากระแทกบอลระยะเผาขนเข้าไป ทำให้จบเกมเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ชนะ 2-0 เก็บ 9 คะแนนเต็มจากการชนะรวดใน 3 นัดแรก นำเป็นจ่าฝูงต่อไป พร้อมกับยังไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียวด้วย

จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 เลสเตอร์ ซิตี้

 

Credit by แทงบอล

ผลการแข่งขัน ลิเวอร์พูล 4-2 ฮอฟเฟ่นไฮม์ เข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มได้สำเร็จ

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์

เว็บแทงบอลออนไลน์ มวย หวย ป๊อกเด้ง ไฮโล ไก่ชน เล่นง่าย ภาษาไทย เล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง โปรโมชั่นดีๆทุกสัปดาห์ บริการว่องไว ฝากเงินภายใน 30 วินาที.

ผลการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
ระหว่าง ลิเวอร์พูล vs ฮอฟเฟ่นไฮม์
วันที่ 23/08/17  เวลา  01:45 น.

 

หงส์แดง ลิเวอร์พูล อดีตแชมป์ 5 สมัย ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม UCLได้สำเร็จ หลังเปิดแอนฟิลด์ถล่มฮอฟเฟ่นไฮม์ด้วยสกอร์ 4-2

ความพร้อมของทีม

เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือเจ้าบ้าน กลับมาใช้ตัวจริงชุดเดิมจากเกมแรกเมื่อสัปดาห์ก่อนที่บุกไปเฉือนชนะมาได้ 2-1 ลงเล่นทั้งหมด นำโดยสามประสานแนวรุกสุดโหดอย่าง ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

ด้านทีมเยือน ฮอฟเฟ่นไฮม์ของเฮดโค้ชหนุ่มวัยแค่ 30 กะรัตอย่าง ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ เปลี่ยนนักเตะจากนัดแรกเพียงแค่ 2 เท่านั้น คือ เดนนิส ไกเกอร์ กับ ฮาวาร์ด นอร์ดท์ไวท์ ซึ่งได้ลงเป็น 11 คนแรกแทนที่ของ ลูคัส รุปป์ และ แอร์มิน บิคาคซิช

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามทั้งสองทีม

 

เหตุการณ์ต่างๆในการแข่งขัน

เริ่มเกมการแข่งขันฟุตบอลแชมเปียนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ นัดที่ 2

นาที 3 โมเรโน่เรียกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษจากคาเดอราเบคได้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ปั่นไปชนกำแพง ซาลาห์ได้ตามไปโหม่งซ้ำ แต่ไม่เข้ากรอบ

นาที 4 มาเน่ได้หลุดไปลุ้นทำประตู แต่ยิงไปติดเซฟของเบามันน์

นาที 5 ชานโหม่งชงบอลเปิดของโมเรโน่กลับมาข้างในให้มาเน่ แต่เขาไม่มีจังหวะจะได้จบสกอร์

นาที 7 กนาบรี้ขึ้นมามีลุ้นทำประตู แต่เขายิงออกไปเอง

นาที 11 เอ็มเร ชาน สังหารบอลที่จ่ายมาให้ของมาเน่ แฉลบโวค์ทเข้าประตูไปพาลิเวอร์พูลออกนำ 1-0

นาที 18 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซ้ำจังหวะการยิงของไวจ์นัลดุมในจังหวะแรกที่ชนเสาเข้าประตูไป ลิเวอร์พูลนำ 2-0

นาที 21 มาเน่ตอกส้นให้เฟอร์มิโน่เปิดบอลไปหน้าประตู เอ็มเร ชาน แปเน้นๆ 3-0

นาที 24 ฮอฟเฟ่นไฮม์ถอดนอร์ดท์ไวท์ออก เป็นอูธที่ลงมาแทน

นาที 25 กนาบรี้กึ่งยิงกึ่งผ่านไปหน้าประตู ลูกหลุดออกหลังไป

นาที 28 มาร์ก อูธ ทำประตูให้ฮอฟเฟ่นไฮม์ไล่มา 3-1

นาที 30 ไกเกอร์รับใบเหลืองจากการไปฟาล์วใส่ไวจ์นัลดุม

นาที 35 ลิเวอร์พูลยังคงบุกกดันอย่างต่อเนื่อง แต่แนวรับทีมเยือนยังช่วยกันสกัดเอาไว้ได้

นาที 36 เฟอร์มิโน่ได้แปจ่อๆ ไปติดเบามันน์ ถัดมามาเน่ตัดเข้าในแล้วยิง แต่เบามันน์ก็ยังรับไว้ได้อีกครั้ง

นาที 37 คาเดอราเบคเข้าหนักใส่มาเน่ รับใบเหลืองจากผู้ตัดสิน

นาที 39 มาติปดักการกระชากเข้ามาของกนาบรี้ได้ แต่เป็นเตะมุมของฮอฟเฟ่นไฮม์ และสุดท้ายลูกไปเข้ามือของมินโญเลต์

นาที 41 กนาบรี้ยิงเข้ามาทางหน้าประตู แต่ลูกโค้งหลุดเสาออกไป

นาที 42 ชานได้เอี้ยวตัวยิงเพื่อลุ้นแฮตทริก แต่หลุดเสาออกไป

จบ 45 นาทีแรก ฟุตบอลแชมเปียนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ นัดที่ 2 ลิเวอร์พูล 3 ฮอฟเฟ่นไฮม์ 1 (รวมผล 2 นัด 5-2)

 

เริ่มการแข่งขันครึ่งเวลาหลัง! ลิเวอร์พูล 3 ฮอฟเฟ่นไฮม์ 1

นาที 46 เบามันน์เตะบอลทิ้งไปก่อนที่จะถึงซาลาห์

นาที 51 โวคท์รับใบเหลืองหลังจากเอาตัวไปขวางทางวิ่งของเฟอร์มิโน่

นาที 54 ไวจ์นัลดุมหลุดเข้าไปยิง ข้ามคานออกไป จังหวะนี้โดนหัวไหล่ของเบามันน์ แต่ผู้ตัดสินกลับให้เป็นจังหวะตั้งเตะของฮอฟเฟ่นไฮม์

นาที 56 อูธผ่านบอลไปหน้าประตู ไม่มีใครเข้าถึง

นาที 56 กนาบรี้โดนถอดออก เป็นซาไลที่ลงมาแทนที่เขา

นาที 57 มาเน่ควบมาทางซ้าย ก่อนยิงยัดเข้ามา เบามันน์พุ่งเซฟออกไป

นาที 60 ไวจ์นัลดุมรับบอลจากอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ก่อนยิงเร็ว ไปติดเซฟของเบามันน์ และพอจะซ้ำก็ข้ามคาน

นาที 63 เฮนเดอร์สันจ่ายบอลถวายพานให้ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ทำประตูพาลิเวอร์พูลนำห่างฮอฟเฟ่นไฮม์ 4-1

นาที 64 โจ โกเมซ ลงสนามมาแทนที่ของอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

นาที 64 ขณะที่ฮอฟเฟ่นไฮม์ส่งโทลยานลงมาแทนคาเดอราเบค

นาที 68 ชานกึ่งยิงกึ่งผ่านมาจะให้เฟอร์มิโน่ แต่เบามันน์กระโดดคว้าไว้เสียก่อน

นาที 69 เจมส์ มิลเนอร์ ได้ลงสนามมาแทนที่ของชานที่ทำ 2 ประตูในค่ำคืนนี้

นาที 71 เดเมียร์บายของฮอฟเฟ่นไฮม์ออกไปนอกสนามจากการบาดเจ็บ ทำให้ทีมเยือนต้องเล่นเพียงแค่ 10 คน

นาที 72 ตอนนี้กลับเข้ามาในสนามได้แล้ว

เข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้าย ลิเวอร์พูลนำฮอฟเฟ่นไฮม์ 4-1

นาที 79 ซานโดร วาคเนอร์ ทำประตูให้ทีมเยือนไล่มา 4-2

นาที 86 เฟอร์มิโน่บรรจงจ่ายบอลจากทางขวา หมายที่จะให้ซาลาห์ แต่เบามันน์ล้มตัวคว้าเข้ามือได้

นาที 87 แรกนาร์ คลาวาน ลงมาเล่นแทนที่ของมาเน่

นาที 90 ฮุบเนอร์รับใบเหลืองจากผู้ตัดสินหลังจากไม่ยอมรับคำตัดสิน

ทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง 3 นาที

จบเกม! ลิเวอร์พูลชนะฮอฟเฟ่นไฮม์ 4-2 รวมผลสองนัดชนะ 6-3 ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่จะมีการจับสลากแบ่งสายกันในวันพฤหัสบดีนี้ได้สำเร็จ

Credit by แทงบอล

ผลการแข่งขัน สเปอร์ส 1-2 เชลซี ชัยชนะนัดแรกของสิงห์บลูส์

 

เว็บแทงบอล มวย หวย ป๊อกเด้ง ไฮโล ไก่ชน เล่นง่าย ภาษาไทย เล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง โปรโมชั่นดีๆทุกสัปดาห์ บริการว่องไว ฝากเงินภายใน 30 วินาที.

การแข่งขัน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2017-18
ระหว่าง สเปอร์ส vs เชลซี
วันที่ 20/08/17  เวลา  22:00 น.

คู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ เป็นการพบกันของรองแชมป์และแชมป์เก่าซีซั่นที่แล้ว ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เปิดรังเหย้าชั่วคราว สนามเวมบลีย์ รับการมาเยือนของ เชลซี

ผลงานนัดเปิดซีซั่น สเปอร์ส บุกชนะน้องใหม่ นิวคาสเซิ่ล 2-0 ส่วน เชลซี พลิกล็อกแพ้คารังต่อ เบิร์นลี่ย์ 2-3

ความพร้อมของทีม

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือมาดนิ่งของไก่เดือยทอง จัดผู้เล่นตัวเก่งลงครบ ภายใต้ระบบแผน 3-4-2-1 อันรัดกุม แนวรุกยังเป็น เดเล่ อัลลี่ กับ คริสเตียน เอริคเซ่น ปั้นเกมช่วยหนุน แฮร์รี่ เคน ศูนย์หน้าเจ้าของดาวซัลโวสูงสุดซีซั่นก่อน แต่มีอาถรรพ์ ไม่เคยยิงประตูในเดือนสิงหาคมมาก่อน

ทางด้าน เชลซี เกมนี้มีผู้เล่นติดโทษแบนถึง 2 รายคือ แกรี่ เคฮิลล์ และ เชส ฟาเบรกาส ทำให้ อันโตนิโอ คอนเต้ จัดทัพลำบาก ต้องปรับหมากเป็น 3-5-1-1 แนวรับส่ง อันเดรียส คริสเตนเซ่น เป็นตัวจริง ส่วนแดนกลางได้ ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ ผ่านความฟิตเป็นตัวจริง
พร้อมดัน ดาวิด ลุยซ์ ขึ้นมาเล่นกลาง วิงแบ็กได้ วิคเตอร์ โมเซส พ้นโทษแบน พร้อมส่ง อัลบาโร่ โมราต้า เป็นตัวจริงแทนที่ มิชี่ บาตชูอายี่

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม
สเปอร์ส (3-4-2-1) : อูโก้ โยริส – เอริค ดายเออร์ (ซน ฮึง-มิน น.68), โทบี้ อัลเดอร์ไฟเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น – คีแรน ทริปเปียร์ (วินเซนต์ แยนเซ่น น.90), วิคเตอร์ วานยาม่า, มุสซ่า เดมเบเล่, เบน เดวิส (มุสซ่า ซิสโซโก้ น.80) – เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน เอริคเซ่น – แฮร์รี่ เคน

เชลซี (3-4-2-1) : ติโบว์ กูร์กตัวส์ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – วิคเตอร์ โมเซส, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, ดาวิด ลุยซ์, ติเอมูเอ้ บากาโยโก้, มาร์กอส อลอนโซ่ – วิลเลี่ยน (เปโดร โรดริเกซ น.78) – อัลบาโร่ โมราต้า (มิชี่ บาตชูอายี่ น.79)

Galatasaray 4 - 1 Kayserispor

 

เหตุการณ์ต่างๆในเกม

เกมเปิดฉากได้เพียง 5 นาที ทางด้าน สิงห์บลูก็ได้ลุ้นก่อนจากอัซปิลิกวยต้า โยนบอลจากขวาเข้ากลาง โมราต้าขึ้นโหม่งคนเดียวโล่งๆ หลุดกรอบเหลือเชื่อ ต่อมาถึงนาทีที่ 10 แฮร์รี่ เคนรับบอลจากวานยาม่า ก่อนพลิกหนีก็องเต้ แล้วยิงไกล 25 หลา กูร์กตัวส์รับไม่อยู่ แต่บอลกระฉอกไม่ตรงกรอบ

เป็นไก่ได้ลุ้นอีกครั้ง นาทีที่ 15 ดายเออร์สาดบอลยาวจากครึ่งสนาม บอลลึกเข้าเขตโทษทางขวา คริสเตนเซ่น หวดแป๊ก บอลเข้าทางอัลลี่ กะยิงเข้ามุมแคบทางขวาออกหลัง

อีก 4 นาที เดมเบเล่พลิกหนีผู้เล่นสิงห์ เลาะถึงหน้าเขตโทษ ก่อนซัดเต็มข้อด้วยซ้าย กูร์กตัวส์ปัดได้ปลายนิ้ว

จนเกมเดินมาถึงนาทีที่ 24 สิงห์บลูส์ ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ มาร์กอส อลอนโซ่ วิ่งมาซัดบอลโค้งพุ่งเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงาม เชลซีออกนำก่อน 1-0

ต่อมานาที 29 ดายเออร์จ่ายบอลขึ้นหน้าให้ เคนเบียดกับรูดิเกอร์ และเสียหลักไปแล้ว แต่ยังหาจังหวะซัดมุมแคบ บอลติดขากูร์กตัวส์นิดเดียว

นาที 38 ไก่ได้ฟาวล์ทางฝั่งขวา เอริคเซ่นเปิดโค้งมาหน้าประตู บอลหลุดเสาสองแบบได้เสียว

จังหวะสวนกลับในนาที 42 แฮร์รี่ เคน ได้โอกาสล็อกด้วยขวาแล้วยิงในเขตโทษ แต่บอลพุ่งไปชนเสาไกล เจ้าถิ่นพลาดโอกาสตีเสมออย่างน่าเสียดาย

จบครึ่งแรกสเปอร์ส ตามหลัง เชลซี 0-1

 

เกมเริ่มครึ่งหลังเป็นทางเจ้าบ้านได้ครองบอลเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังจบไม่ได้

นาที 70 กลายเป็นสิงห์โต้กลับ วิลเลี่ยนพาบอลขึ้นมา ก่อนไหลให้โมราต้าที่อยู่ทางซ้ายเขตโทษ โยกหลอกแฟร์ต็องเก้นเข้าเท้าขวา ก่อนยิงแฉลบแนวรับเบลเยียมออกหลัง สกอร์ยังคงไม่ขยับ

กระทั่ง นาที 82 แฟนไก่ได้เฮลั่น จากจังหวะได้ฟาวล์ทางกราบซ้าย เอริคเซ่นเปิดฟรีคิกไปหน้าประตู บาตชูอายี่กองหน้าตัวสำรองที่เพิ่งลงมา โหม่งผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง สกอร์กลับมาเท่ากัน 1-1

ผ่านไปไม่กี่นาที สิงห์บลูส์ ได้ลูกสวนกลับจากจังหวะที่ วานยาม่าเสียบอลกลางสนาม ลุยซ์แย่งได้ก่อนจ่ายให้เปโดรที่อยู่ทางซ้าย แทงเข้าเขตโทษให้อลอนโซ่ที่เติมขึ้นมา ยิงเรียดลอดแขนโยริส ตุงตาข่าย สิงห์ขึ้นนำ 2-1 อีกครั้ง

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เกิดขึ้น จบเกม เชลซีบุกมาชนะสเปอร์ส 2-1 เก็บสามแต้มแรกของฤดูกาลได้สำเร็จ คลายความกดดันสำหรับ อันโตนิโอ คอนเต้

 

 

Credit by แทงบอล

 

ผลการแข่งขันระหว่าง กาลาตาซาราย vs เคย์เสรีสปอร์

Galatasaray 4 - 1 Kayserispor

การแข่งขัน ซูเปอร์ ลีก ตุรกี
ระหว่าง กาลาตาซาราย vs เคย์เสรีสปอร์
วันที่ 15/08/17  เวลา  01:45 น.
สนาม : เติร์ก เทเลคอม อารีนา, อิสตันบูล
ผู้ตัดสิน : Halis Ozkahya 

 

แทงบอล Galatasaray 4 - 1 Kayserispor

รายชื้อผู้เล่นและแผนการเล่นของ 2 ทีม

Galatasaray 4 - 1 Kayserispor

เหตุการณ์สำคัญๆต่างที่เกิดขึ้นระหว่างเกมการแข่งขัน

ครึ่งแรก

ผู้ตัดสินให้สัญญาณเริ่มการแข่งขัน

เป็นวันที่อากาศดี เหมาะแก่การเล่นฟุตบอล

นาทีที่ 1′ Kayserispor เขี่ยนบอลเริ่มการแข่งขัน

นาทีที่ 1′ Younes Belhanda ใช้มือปัดบอล แต่ผู้ตัดสินไม่เป็นในจังหวะนี้

นาทีที่ 2′ Bafetimbi Gomis ล้ำหน้าไปในจังหวะนี้

นาทีที่ 3′ Galatasaray ได้ทุ่มบอลในแดนฝั่งตรงข้าม

นาทีที่ 6′ Mariano เปิดบอลเข้าไปกรอบเขตโทษ

นาทีที่ 6′ Cristian Sapunaru เตะบอลทิ้งออกมาได้

นาทีที่ 9′ Younes Belhanda ลองยิงไกลดู จากระยะทีี่ไกลจากประตู แต่ผู้รักษาประตูรับบอลไว้ได้

นาทีที่ 10′ Guray Vural เปิดบอลเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษ

นาทีที่ 10′ Maicon เครียบอลออกมาได้

นาทีที่ 11′ Fernando Boldrin สกัดบอลจาก Garry Rodrigues ได้

นาทีที่ 11′ Maicon ยิงฟรีคิ๊กลูกนี้ โกลเซฟไว้ได้และเล่นต่ออย่างรวดเร็ว

นาทีที่ 13′ เกมหยุดลงหลังจากที่มีผู้เล่นบางคนนอนเจ็บอยู่ในสนาม

นาทีที่ 13′ Badou Ndiaye นอนเจ็บอยู่ ผู้ตัดสินเรียกแพทย์สนามเข้ามาดูอาการ

นาทีที่ 13′ Badou Ndiaye ถูกหามออกไปนอกสนาม เพื่อการตรวจรักษา

นาทีที่ 14′ เกมเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

นาทีที่ 14′ Badou Ndiaye กลับลงสนามมาเล่นได้อีกครั้ง ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก

นาทีที่ 16′ Garry Rodrigues ของกาลาตาซาราย เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ

นาทีที่ 16′ G O O O A A A L!!! Tolga Cigerci รับบอลจาก Rodrigues มาได้ก่อนส่งลูกนี้ลงไปนอนก้นตาข่าย กาลาตาซารายขึ้นนำด้วยสกอร์ 1-0

นาทีที่ 17′ Younes Belhanda เข้าแย่งบอลจาก Umut Bulut

นาทีที่ 18′ ผู้ตัดสินให้ใบเหลืองกับ Fernando Boldrin หลังจากแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

นาทีที่ 18′ ผู้ตัดสินให้ใบเหลืองกับ Younes Belhanda หลังจากแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

นาทีที่ 18′ Asamoah Gyan ล้ำหน้าไปในจังหวะนี้

นาทีที่ 19′ Gonzalo Espinoza ทำฟาวล์อย่างน่าเกรียจใส่ Tolga Cigerci

นาทีที่ 19′ ผู้ตัดสินไม่รีรอที่จะชูใบเหลืองให้ Gonzalo Espinoza จากจังหวะการฟาวล์ก่อนหน้านี้

นาทีที่ 21′ เปอร์เซ็นการครองบอลของเจ้าบ้านอยู่ที่ 72% และฝั่งของทีมเยือนอยู่ที่ 28%

นาทีที่ 24′ มีการพักเบรกระหว่างเกม เพื่อให้นักเตะพักดื่นน้ำได้ หลังจากสภาพอากาศที่ร้านอบอ้าว

นาทีที่ 25′ เกมเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

นาทีที่ 27′ Badou Ndiaye ฟาวล์หลังจากไปผลักใส่ Gonzalo Espinoza

นาทีที่ 29′ Fernando Boldrin เปิดบอลเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษ

นาทีที่ 29′ Serdar Aziz เครียบอลทิ้ง บอลออกหลังไปเป็นลูกเตะมุมของ Kayserispor

นาทีที่ 29′ Deniz Turuc รับหน้าที่เปิดมุมลูกนี้ โดยเปิดจากมุมธงด้านขวา

นาทีที่ 29′ G O O O A A A L!!! Levent Guelen เทคตัวขึ้นโม่งลูกนี้เข้าไป เป็นลูกตีเสมอให้กับ Kayserispor

นาทีที่ 35′ Mariano เปิดบอลเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษ

นาทีที่ 35′ Bafetimbi Gomis จ่ายบอลได้สำเร็จในกรอบเขตโทษ ก่อนที่จะมองหาเพื่อน

นาทีที่ 35′ G O O O A A A L!!! Younes Belhanda สับไกยิงลูกนี้ บอลพุ่งไปนอนก้นตาข่าย ทำให้กาลาตาซารายออกนำอีกครั้งด้วยสกอร์ 2-1

นาทีที่ 37′ Younes Belhanda จ่ายบอลได้สำเร็จในกรอบเขตโทษ ก่อนที่จะมองหาเพื่อน

นาทีที่ 37′ G O O O A A A L!!! Bafetimbi Gomis ยิงลูกนี้ บอลพุ่งไปนอนก้นตาข่าย ทำให้กาลาตาซารายออกนำห่างออกไปด้วยสกอร์ 3-1

นาทีที่ 40′ Tiago Lopes ทำฟาวล์อย่างแรงแรงใส่ Martin Linnes

นาทีที่ 40′ ผู้ตัดสินเดินมาแจกใบเหลืองให้กับ Tiago Lopes อย่างไม่รอช้า จากจังหวะการฟวล์ก่อนหน้านี้

นาทีที่ 43′ Gonzalo Espinoza ทำฟาวล์อย่างรุนแรงใส่ Badou Ndiaye

นาทีที่ 43′ เกมหยุดลงหลังจากที่มีผู้เล่นบางคนนอนเจ็บอยู่ในสนาม

นาทีที่ 44′ Badou Ndiaye นอนเจ็บอยู่และแพทย์สนามก็เข้ามาตรวจดูอาการ

นาทีที่ 45′ Badou Ndiaye ถูกหามออกไปข้างสนาม

นาทีที่ 45′ เปอร์เซ็นการครองบอลของเจ้าบ้านอยู่ที่ 65% และฝั่งของทีมเยือนอยู่ที่ 35%

นาทีที่ 45+1′ ผู้ตัดสินที่ 4 ชูป้ายทดเวลาบาดเจ็บออกไปอีก 2 นาที

นาทีที่ 45+3′ ผู้ตัดสินเป่านกหวีกให้สัญญาณหมดเวลาครึ่งแรก

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 46′ ผู้ตัดสินเป่านกหวีกให้สัญญาณเริ่มการแข่งขันในครึ่งหลัง

นาทีที่ 46′ Fernando Boldrin ถูกเปลี่ยนตัวออกไป และได้ส่ง Ryan Mendes ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 49′ Asamoah Gyan ถูกจับล้ำหน้าไป

นาทีที่ 50′ Bafetimbi Gomis ฟาวล์ หลังจากไปผลักใส่ Tiago Lopes

นาทีที่ 51′ Asamoah Gyan ยองลูกนี้ ออกไปอย่างหน้าเสียดาย

นาทีที่ 53′ Badou Ndiaye จ่ายบอลตัดหลังกองหลังของ Kayserispor ได้สำเร็จ

นาทีที่ 53′ Tolga Cigerci ได้โอกาสดีที่จะยิงประตู แต่ความพยายามของเขาก็ถูกหยุดเอาโดยผู้รักษาประตู

นาทีที่ 56′ Gonzalo Espinoza เดินออกจากสนามไปหลังจากถูกเปลี่ยนตัว และส่ง Stephane Badji ลงมาแทน

นาทีที่ 65′ Garry Rodrigues จ่ายบอลผ่านกองหลังไปได้

นาทีที่ 65′ Bafetimbi Gomis ยิงลูกนี้เข้าประตูไป

นาทีที่ 65′ แต่ผู้ตัดสินได้ปฏิเสธลูกยิงของ Bafetimbi Gomis และมองว่ามันเป็นลูกล้ำหน้า

นาทีที่ 69′ Tiago Lopes เปิดบอลไปลุ้นในกรอบเขตโทษ

นาทีที่ 69′ Asamoah Gyan โหม่งบอลลูกนี้ บอลเลยออกหลังไป

นาทีที่ 71′ เปอร์เซ็นการครองบอลของเจ้าบ้านอยู่ที่ 64% และฝั่งของทีมเยือนอยู่ที่ 36%

นาทีที่ 71′ Asamoah Gyan เดินออกสนามไป หลังถูกเปลี่ยนตัวโดย Geoffrey Mujangi

นาทีที่ 79′ Garry Rodrigues จ่ายบอลต่อให้เพื่อในเขตโทษได้สำเร็จ

นาทีที่ 79′ Martin Linnes จ่ายบอลต่อให้เพื่อในเขตโทษได้สำเร็จ

นาทีที่ 80′ Bafetimbi Gomis ยิงลูกนี้ไปตรงตัวผู้รักษาประตู เขาคว้าบอลเอาไว้ได้ และเล่นเร็วในทันที

นาทีที่ 85′ Tiago Lopes ฟาวล์ หลังจากไปผลักใส่  Garry Rodrigues

นาทีที่ 85′ ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้ Tiago Lopes และนั้นก็เป็นใบเหลืองที่ 2 ของเขาในเกมนี้ จึงกลายเป็น ใบแดงถูกไล่ออกจากสนามไป

นาทีที่ 87′ Deniz Turuc ยิงไกลลูกนี้ แต่ผู้รักษาประตูรับบอลเอาไว้ได้

นาทีที่ 88′ Martin Linnes จ่ายบอลตัดหลังกองหลังมาได้

นาทีที่ 88′ G O O O A A A L!!! Bafetimbi Gomis ยิงลูกเข้าไปตาข่ายเกือบขาด

นาทีที่ 90′ Sinan Gumus เปิดบอลได้ลุ้นในกรอบเขตโทษ

นาทีที่ 90+1′ Eren Derdiyok โหม่งบอลออกหลังไป

นาทีที่ 90+1′ ผู้ตัดสินที่ 4 ชูป้ายทดเวลาบาดเจ็บออกไปอีก 2 นาที

นาทีที่ 90+1′ เปอร์เซ็นการครองบอลของเจ้าบ้านอยู่ที่ 61% และฝั่งของทีมเยือนอยู่ที่ 39%

นาทีที่ 90+1′ Sinan Gumus โดนใบเหลืองไปอีกรราย

นาทีที่ 90+3′ ผู้ตัดสินเป่านกหวีกให้สัญญาณหมดเวลาการแข่งขัน

จบเกม กาลาตาซาราย 4-1 เคย์เสรีสปอร์

 

สถิต่างๆที่เกิดขึ้นในเกมนี้

 

กาลาตาซาราย 4-1 เคย์เสรีสปอร์

 

แทงบอลได้ง่ายๆกับเรา หรือไม่อยากแทงบอลก็มีกีฬาอื่นๆให้เลือกเล่นได้อย่างตามใจชอบ ฝาก/ถอนรวดเร็ว ได้ตลอด 24 ชั่มโมง และขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Vegus69